ความเป็นมาของบิงโก

หลายท่านอาจจะรู้จักเกมบิโกตามงานวัดหรืองานเทศกาลประจำท้องถิ่น แต่จะมีสักกี่ผู้ที่รู้ว่า จุดเริ่มต้นของ บิโก

นั้นเกิดขึ้นมาได้ยังไง บทความนี้เราจะพาไปรู้จัก เกมส์กล่องยอดนิยมของฝรั่งที่ได้รับการเผยแพร่เข้ามาในไทย จนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง และก็นิยมจนถึงทุกวันนี้ บิโกนั้นเป็นเกมที่เล่นกล้วยๆไม่ซับซ้อน ใช้กติกาแบบเกมลอตโต้ของฝรั่งเลยเป็นการถือลูกบอลที่มีลำดับที่ขึ้นมา แล้วกาลงบประมาณนกระดาษ หรือ กระดาน (แล้วแต่กฏติว่าจำต้องใช้อะไรบ้าง อาจจะเปลี่ยนลูกบอลเป็นกระดาษก็ได้สามารถเล่นได้ตั้งแต่ คนขึ้นไป โดยผู้เล่นได้จะได้รับกรดาษที่มีขนาดช่องแบบ 5×5 ในแต่ละช่องจะระบุตัวเลขไว้ แล้วหลังจากนั้นคนขานหรือกรรมการก็จะถือลูกบอลจากกล่องขึ้นมาแล้วบอกว่าเลขออกอะไร ผู้เล่นที่มีกระดาษ 5×5 ในมือก็จะมองว่าตัวเลขในช่องนั้นตรงกับที่กรรมการขานหรือไม่ ถ้ามีก็ทำเครื่องหมายไว้ว่าจำนวนนี้ได้ถูกจับขึ้นมาจากกล่องแล้ว ใครที่ได้สัญลักษณ์ที่เรียงเป็นรูปรางตามกติกาที่กำหนดไว้ดังเช่น จากบนลงด้านล่างครบห้าแถว หรือจากซ้ายบนลงขวาล่างครบห้าแถวก่อนก็จะกลายเป็นผู้ชนะ แล้วประกาศคำว่า บิโก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเกมนี้จบลงแล้ว จุดเริ่มต้นของบิโกนั้นไม่มีที่ไปที่มาอย่างแน่ชัด แต่จากหลักฐานคำกล่าวแล้วเกิดขึ้นเมื่อปี 1929 ด้วยนักขายของเล่นเด็กที่ชื่อว่า เอ็ดวิน โลว์ ชาวอเมริกา ซึ่งได้รับดูเกมการพนันที่ชื่อว่า Beano ซึ่งต้นแบบการเล่นคล้ายกับ บิโกในยุคนี้มากมายเป็น แปลงจากการทำสัญลักษณ์บนกระดาษ 5×5 เป็นการวางเม็ดถั่วลงแทน และก็เปลี่ยนแปลงจากคำว่า บิโก เป็นคำว่า Beano แทน เนื่องจากตอนนั้น เอ็ดวิน โลว์ได้ไปรับดูการเล่นดังกล่าวแล้วมีผู้เล่นคนหนึ่งชนะ แต่กลับร้องตะโกนดีใจจนเสียงเพี้ยงจากคำว่า บีโน่ เป็น บิโก เลยทำให้เอ็ดวิน โลว์ กำเนิดปิ๊งเดีจนถึงเขานำเกม Beano ของเมืองหน้าจอร์เจียมาประยุกต์เป็นเกม บิโก จนได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ เกมบิโกที่นิยมกันในตอนนี้จะเป็นแบบอเมริกา ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่ 1-75 เพื่อความสะดวกของผู้เล่น เลขที่สุ่มบนแผ่นกระดาษจะแบ่งตามแถวเป็น 1-15 จะอยู่ในแถวแรก 16-30 อยู่แถวสอง ไล่ลำดับไปจนกระทั่ง 61-75 จะอยู่แถวในที่สุด แต่ละแถวจะมีชื่อเรียกตาม ยกเว้นช่องกลางสุดที่จะได้เป็นช่องที่ได้วางฟรี ด้วยเหตุนั้น จำนวนบนแผ่นกระดาษที่เป็นได้ก็เลยมีมากมายกว่า 5.52×10^26 แบบ (เล่นกันเป็นชาติก็ไม่หมดเกมบิโกก็เลยเป็นเกมที่ซึ่งพูดได้ว่าใช้ดวง 100% เลยทีเดียว

Author: Sharlene Wells